728x90-3

                ผลงานของทีมชาติไทยในการลงแข่งตั้งแต่เอเชียนเกมส์, ศึกเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014 จนถึงโค้งสุดท้ายรอบคัดเลือกทีมฟุตบอลโลกในปี 2015 หนึ่งในวีรบุรุษลูกหนังที่แฟนบอลชาวไทยเทใจให้ในการทำเกมรุกของเขาและส่งให้ชื่อของเขาก้าวขึ้นมาเป็นแบ็กขวาอันดับหนึ่งของประเทศไทยไปแล้วในขณะนี้ เขาคนนั้นก็คือ ต้น นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม นักเตะหน้าหล่อใสชาวอยุธยาในวัยเพียง 20 ปีเท่านั้น

ต้น นฤบดินทร์ให้ความสนใจและรักการเตะฟุตบอลมาตั้งแต่เด็ก โดยมีครอบครัวให้การสนับสนุนด้วยดีมาตลอด โดยเฉพาะคุณพ่อที่ผลักดันและส่งเสริมลูกชายคนเดียวของตระกูลให้ทำในสิ่งที่รักและเป็นกำลังสำคัญให้ต้นก้าวเข้าสู่วงการลูกหนังเต็มตัว ต้นเริ่มฝึกการเล่นฟุตบอลอย่างจริงจังเมื่อเขาอายุแค่ 11 ปี ในช่วงที่เล่นฟุตบอลขาสั้น ชื่อของต้น นฤบดินทร์ก็เริ่มเป็นที่รู้จักกันในวงการว่าเป็นนักเตะฝีเท้าเยี่ยม ผลผลิตชิ้นงามของโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรีที่ไม่ว่าจะลงแข่งในนัดไหนก็ฉายแววเด่นให้เห็นตั้งแต่เล็ก ๆ จนกระทั่งต้นในวัย 12 ปี ได้รับคัดเลือกให้ติดทีมชาติไทยชุดเยาวชนตั้งแต่รุ่น 12 ปี, 13 ปี และ 16 ปี เรื่อยมาตลอด ก่อนที่จะย้ายไปศึกษาที่โรงเรียนสวนกุหลาบนนทบุรี ต่อมาเมื่ออายุได้ 17 ปีเขาก็ติดทีมชาติไทยชุดเยาวชน 19 ปี สำหรับผลงานที่สร้างชื่อเสียงให้หนุ่มต้นในนามทีมชาติไทยมาจากแม็ทซ์ฟุตบอลคิงส์คัพ ครั้งที่ 42 ซึ่งจัดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และต้นได้ลงเล่นเป็นตัวจริงเป็นเกมแรกในนัดที่ทีมชาติไทยแข่งกับทีมชาติฟินแลนด์ โดยต้นสามารถยิงประตูให้ทีมชาติไทยได้ แม้ว่าในการแข่งครั้งนั้นทีมชาติไทยจะแพ้ทีมชาติฟินแลนด์ไป 1 ต่อ 3 ประตูก็ตาม แต่ผลงานของต้นก็โดดเด่นและสร้างความประทับใจให้กับแฟนบอลชาวไทยไปไม่น้อย

ในสายงานนักฟุตบอลอาชีพนั้น สโมสรบีอีซี เทโรศาสน มังกรไฟ ได้มองเห็นความโดดเด่นทางการเล่นฟุตบอลของหนุ่มต้น จึงได้ชวนต้นมาร่วมทัพทำทีมทันที ชั้นเชิงการเล่นฟุตบอลของต้น นฤบดินทร์นั้น เหมือนนักเตะที่ยิ่งเล่นยิ่งเก่ง ยิ่งลงสนามยิ่งลับฝีมือ ยิ่งเมื่อเขาได้ลงเล่นร่วมกับทีมชาติไทยชุดใหญ่มาแล้ว พัฒนาการของนักเตะดาวรุ่งคนนี้ได้ถูกจัดอันดับให้เป็นแบ็กขวาเบอร์หนึ่งของประเทศที่แฟนบอลต่างก็นึกถึง นอกจากนี้ ต้น นฤบดินทร์ยังเชื่อมั่นว่าฝีเท้าและทักษะการเล่นบอลของเขาไม่ได้อยู่ที่พรสวรรค์ แต่เป็นพรแสวงที่มาจากความขยัน, มุ่งมั่นและจริงจังกับการฝึกตามแบบที่พ่อได้สอนเขาไว้นั่นเอง  อัพเดทข่าวบอลชีวิตนักกีฬาฟุตบอลไทยทีมชาติอนาคตไกลคนต่อไปจะเป็นใคร โปรดติดตามตอนต่อไป